2011/Nov/11

ตอนที่มิโอะตาย
ผมคิดเช่นนี้คิดว่าใครคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้สร้างดวงดาวของเรานั้นขณะเดียวกันคงได้สร้างดาวอีกดวงหนึ่งขึ้นไว้ ณ.ที่ใดสักแห่งในห้วงจักรวาลด้วย
ที่นั่นคือดวงดาวซึ่งผู้ตายจะเดินทางไปสู่
ดาวดวงนั้นมีชื่อว่าอาร์ไคฟ์
 
 
ตั้งแต่ได้เฉียดผ่านร้านขายหนังสือ สิ่งที่ทำให้รู้สึกสะดุดจนต้องหยุดยืนแล้วถอยหลังกลับไปยังกองหนังสือแนะนำในร้าน มีหนังสือมากมายวางเรียงกันจนเป็นระเบียบ หนังสือเล่มหนึ่งวางตั้งอยู่ตรงนั้น
 
‘แล้วฉันจะกลับมา’... ‘Be with you’หรือชื่อภาษาญี่ปุ่น ‘Ima, Ai ni yukimasu’ เป็นผลงานการเขียนของ ‘อ.อิชิคาวะ ทาคุจิ’ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้นำไปทำเป็นภาพยนตร์และซีรีย์มาแล้วเมื่อ ปี 2005 
 
 
ภาพหน้าปกที่ถ้ามองเผินๆจะเด่นอะไรมากมายนัก แต่มันกลับสื่อถึงบางสิ่งบางอย่างภายในนั้นได้ แม้จะยังไม่ได้เปิดอ่านเลยก็ตาม ภาพของคนสองคนอยู่ในร่มกันฝน คนหนึ่งอยู่ใต้ร่มสีแดง ส่วนอีกคนอยู่ใต้ร่มสีเหลือง พวกเขาเป็นพ่อลูกกัน พวกเขากำลังยืนรอคอยใครบางคนในขณะที่ฝนโปรยปรายลงมา...มันทำให้อยากลองพลิกอ่านดู เหมือนถูกดึงดูดจากภาพปกที่ดูง่ายๆไม่หวือหวานี้...
 
 
ที่นั่นเป็นสถานที่คล้ายกับห้องสมุดขนาดมหึมา เงียบสงัด สะอาดเอี่ยมและเป็นระเบียบ
มันเป็นที่กว้างมาก ทางเดินซึ่งทอดยาวผ่านตัวอาคารยาวไกลจนมองไม่เห็นปลายทาง
ผู้คนซึ่งจากโลกของเราไปจะใช้ชีวิตอย่างสงบ ณ. ที่นั่น
ดวงดาวแห่งนั้น จะว่าไปก็คล้ายกับภายในหัวใจของพวกเรานั่นเอง

เพราะฉะนั้นดาวอาร์ไคฟ์จึงเป็นสถานที่ซึ่งผู้คนในหัวใจของคนทั่วโลกมารวมกันใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไงล่ะ
ตราบใดที่ยังมีใครคนหนึ่งคิดถึงใครคนหนึ่งอยู่ คนคนนั้นจะมีชีวิตอยู่สืบไปบนดาวดวงนั้น
ถ้าใครคนหนึ่งลืมคนคนนั้นไปล่ะฮะ 
อื้อ...ถึงตอนนั้นคนคนนั้นก็จะต้องไปจากดาวดวงนี้
คราวนี้แหละคือการอำลาจากอย่างแท้จริง
 
 
ว้าว~~~~~~
 
แล้วมันก็ทำให้ฉันตัดสินใจซื้อมาโดยทันทีไม่มีลังเล...
มันดูคล้ายกับมีใครคนหนึ่งจูงมือคุณ มายืนอยู่หน้าประตูสู่โลกของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน...ประตูที่นำคุณไปสู่โลกของความอบอุ่น อ่อนโยน...การพบกัน การอำลา คำสัญญา 
 
 
แล้วฉันจะกลับมา...
เป็นเรื่องราวของคำสัญญาที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่จากหญิงคนรัก เธอมีนามว่า ‘มิโอะ’ ซึ่งเธอได้เสียชีวิตลงไปนานแล้ว ด้วยคำสัญญาที่ว่า...
 
อีกไม่นานฉันจะต้องจากที่นี่ไปแล้ว แต่เมื่อฤดูฝนมาถึงอีกครั้ง ฉันจะหวนกลับมาอย่างแน่นอน เพื่อมาดูว่าคุณกับลูกมีความเป็นอยู่ยังไง...”
แต่เธอได้จากไปแล้ว ไปยังดวงดาวที่แสนไกล ทว่าถึงอย่างนั้น ‘เขา’ ก็ยังรอคอยเธออยู่ รอคอยให้เธอกลับมา...
 
เรื่องราวทั้งหมดนั้นได้ถูกถ่ายทอดจากความทรงจำเบื้องลึกของเขา...ไอโอะ ทาคุมิ ผู้มีปัญหาทางระบบสมองเล็กน้อย...ซึ่งในหนังสือนั้นบรรยายได้ดูน่ารักมาก แทนที่จะใช้คำว่า ‘ความจำไม่ดี’ หรือ ‘สมองมีปัญหา’ หนังสือเล่มนี้กลับบอกว่า ‘ความทรงจำอ่อนแอ ก่อให้เกิดสภาพสุดแสนวุ่นวายไร้ระเบียบ’ แทน...มันจึงเป็นจุดหนึ่งที่พออ่านแล้วก็ทำให้ยิ้มออกมาได้โดยไม่รู้ตัว แม้ว่าในความเป็นจริง ในชีวิตจริง มันจะไม่ใช่เรื่องตลกเลยก็ตาม...
 
มันจึงนำมาซึ่งมุมมองที่แสนอบอุ่นและอ่อนโยน เป็นโลกในแง่บวกของตัว ทาคุมิ เอง...ซื่อ ใส น่ารักภายใต้ความเงอะงะหลังจากมิโอะเดินทางไปยังดาวอาร์ไคฟ์ ทาคุมิต้องกลายมาเป็นพ่อบ้านลูกหนึ่ง...มันดูวุ่นวายเหมือนกับระบบสมองของเขานั่นล่ะ แต่มันก็ยังแฝงความรู้สึกดีให้ ในฐานะเป็นพ่อที่อยู่กับลูกตามลำพัง ด้วยเหตุนี้ล่ะมั้ง ลูกชายของเขา...ยูจิ...ไม่ได้เรียกเขาว่า ‘พ่อ’ แต่เรียกว่า ‘ทักคุง’ แทน...เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย
 
ความสัมพันธ์ พวกเขามีชีวิตอยู่ในขณะเดียวกันก็รอคอยการกลับมาของมิโอะด้วย...แล้วในวันหนึ่งมันก็เป็นจริง มิโอะไม่ได้พูดโกหก เธอกลับมา ท่ามกลางทัศนียภาพสีเทาขมุกขมัวด้วยไอฝน เพียงแต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้ จำไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร จำไม่ได้ว่าเธอแต่งงานแล้วมีลูกชายหนึ่งคน...ยูจิ เธอเหมือนใครอีกคนที่ไม่ใช่มิโอะแต่เป็นมิโอะ เธอไม่ใช่วิญญาณด้วย เธอไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว เธอเป็นมิโอะที่.........................
 
ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องรื้อฟื้นความทรงจำให้มิโอะ...แล้วเรื่องราวความอบอุ่นจึงเกิดขึ้นท่ามกลางความเดียงสาของคนทั้งสาม หัวใจที่สะอาดสะอ้าน...ก่อนที่เธอจะต้องจากไปอีกครั้งหนึ่ง...เฮ่ย~~~~ 
 
 
ถ้าถามว่าประทับใจอะไรบ้าง...
คงตอบได้หลายๆอย่าง...พออ่านแล้วก็อยากแต่งงาน ฮะฮะฮะ อยากแต่งงานกับมิโอะ ทึ่งในความเสียสละของเธอ (ต้องอ่านให้จบถึงจะรู้) เคยคิดว่าอยากมีลูกน่าเอ็นดูอย่างยูจิด้วย ฮะฮะฮะ ชอบในการรอคอยอย่างใสซื่อของทาคุมิ...ชอบที่ยูจิแขวนตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัวเพื่อไม่ให้ฝนตก เพื่อไม่ให้มิโอะต้องจากไปอีกครั้ง ชอบที่มิโอะขอให้ส่งเค้กวันเกิดในยูจิทุกปีจนกว่ายูจิจะอายุครบยี่สิบแม้ว่าเธอจะจากไปยังดาวอาร์ไคฟ์แล้วก็ตาม ชอบตอนที่ทาคุมิจับมือมิโอะแล้วเอาไปไว้ในกระเป๋าเสื้อหนาวของเขาพร้อมกับพูดหยอกล้อว่า ‘ขอทานเลยนะครับ’ ชอบๆๆๆๆๆ ตั้งแต่ต้นจนจบอ่านแล้วมีความสุข ยิ้มแก้มปริ ถึงจะต้องเศร้ากับการจากลากันอีกครั้งก็เถอะ
 
 
 
 วันเวลาสิบสี่ปีที่ได้อยู่ร่วมกับคุณช่างสนุกสนานจริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้ไปท่องเที่ยวที่ไหน ไม่ได้ชมภาพวิวตอนกลางคืนจากบนตัวตึกสูงๆ แต่แค่ได้อยู่เคียงข้างคุณฉันก็มีความสุขแล้ว
 
ฉันจะเดินทางไปดาวอาร์ไคฟ์ก่อนคุณก้าวหนึ่ง
ฉันจะเก็บพื้นที่ข้างๆเอาไว้สำหรับคุณ
 
 
โอ้ย~~~ซึ้ง~~~~
 
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนังสือนิยายเล่มนี้ถึงได้เป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็ว จนทำยอดขายทะลุหลักหกสิบล้านเล่มและได้ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์กับซีรีย์ทางทีวีที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เช่นนี้
 
ส่วนหนึ่งในด้านของภาษาในการแปลเองก็ดูเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกที่มหาศาลจริงๆ ละมุนละไม คล้ายกำลังนำพาคุณ(ผู้อ่าน)ท่องไปยังดินแดนแห่งจินตนาการจนหลงลืมเวลาได้จริงๆ คล้อยตามไปกับเรื่องราวได้อย่างช้าๆ ค่อยก้าวไปทีละก้าว ทีละก้าว ทีละก้าว จนพอมาถึงปลายทางแห่งอุโมงค์พุ่มไม้ของตัวอักษรที่ร้อยเรียงกันในเรื่องนี้ ก็ทำให้ถึงกับร้อง “อ๋า~~~จบแล้วเหรอ” จนต้องกลับไปอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกสุดอีกรอบ แล้วประทับใจได้อีกรอบ.....มีคำเป็นพันๆล้านคำก็บรรยายความรู้สึกออกมาไม่หมดจริงๆ
 
 
คนที่มีโอกาสได้พบรักเช่นนี้จะมีอยู่สักกี่คนบนโลกนี้นะ
คุณครูลดสายตาลงช้าๆ หันมามองผมแล้วยิ้มให้ ดวงตามีน้ำตาเอ่อคลอลึกลงไปในดวงตาสีอ่อนนั้นเปล่งประกายอ่อนโยน
ถ้าได้พบกันจะต้องตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ครั้งแล้วครั้งเล่า
คุณครูชี้ไปยังสุดขอบฟ้าด้วยนิ้วมือสั่นเทา
แบบนั้นไงล่ะ อย่างท้องฟ้ากับทะเลจะต้องอยู่ร่วมกันเสมอ ไม่ว่าเมื่อใด ที่ไหนก็ตาม
คนเราทุกคนต่างเสาะแสวงหาคู่แท้เพียงหนึ่งเดียวเสมอมา
(มีใครอยู่ไหม ฉันกำลังแสวงหาคนมาเป็นคู่รัก)
และพวกเธอได้พบกันแล้ว
ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นครับ
เฉกเช่นทะเล
เฉกเช่นท้องฟ้า...หรือครับ
 
 
แล้วฉันจะกลับมา
 
ถ้าหากคุณรู้สึกอ่อนล้ากับชีวิต อ่อนไหวกับโลกที่วุ่นวาย ผู้คนวกวน ลองมาอ่านหนังสือนิยายเรื่องนี้ดูนะคะแล้วคุณจะรู้สึกว่าโลกไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด จะมีมุมหนึ่งที่ซุกซ่อนความงดงามเอาไว้อยู่ คุณก็แค่หันไปมอง ลอดผ่านช่องว่าง แล้วมองตามมันไป เชื่อเถอะสิ่งเล็กเหล่านั้น ความรู้สึกดีๆเหล่านั้นมันจะทำให้คุณยิ้มได้

..............................................................
 
หมายเหตุ :
อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกันเท่าไร ตอนกำลังเขียนอยู่นี้ เพลง ‘ไกล’ ของวง ‘Musketeers’ ก็ดังขึ้นมาพอดี ได้อารมณ์อย่างร้ายแรงเลย ให้อารมณ์ของ ทาคุมิ ได้ยอดที่เดียว ให้ตายเถอะ ฮะฮะฮะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet


#11 by (31.184.236.16) At 2011-12-26 07:54,
#10 by (31.184.236.16) At 2011-12-26 07:54,
#9 by (31.184.236.16) At 2011-12-26 07:53,
#8 by (31.184.236.16) At 2011-12-26 07:53,
#7 by (31.184.236.16) At 2011-12-26 07:52,
Sometimes, you have to make some important choices. For example, you may select to buy essays or not to buy. You only decide what to do.
#6 by buy an essay (31.184.236.16) At 2011-12-26 07:52,
#5 by (94.242.214.7) At 2011-12-07 16:19,
#4 by (94.242.214.7) At 2011-12-07 16:18,
#3 by (94.242.214.7) At 2011-12-07 16:17,
#2 by (94.242.214.7) At 2011-12-07 16:16,
Different people all over the world receive the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/credit-loans">credit loans</a> in various banks, because this is simple.
#1 by Goodman31Marietta (94.242.214.7) At 2011-12-07 16:15,